ReadyPlanet.com
dot dot
bulletกระดานถาม-ตอบ ( Webboard )
bulletแผนที่โรงงาน-MAP
bulletภาพเครื่องจักร ( Picture )
bulletเครื่องอัดเม็ดลอยน้ำ (Floating Extruder)
bulletเครื่องอัดเม็ดแข็ง (Ruminen Extruder)
bulletเครื่องบด (Grinder)
bulletเครื่องผสม (Mixer)
bulletสินค้าอื่นๆ
bulletDRYER
bulletแนะนำตัว
bulletจุดเริ่ม...จากความฝันเล็กๆ
bulletฝันเฟื่อง...เรื่องฟาร์ม 1 – สถานที่ทำฟาร์ม
bulletฝันเฟื่อง...เรื่องฟาร์ม 2 – จะทำฟาร์มอะไรดีล่ะ
bulletฝันเฟื่อง...เรื่องฟาร์ม 3 – ทรัพย์ในดิน
bulletเรื่องเล่า...แต่ครั้งยังเป็นนักเรียน-1
bulletเรื่องเล่า...แต่ครั้งยังเป็นนักเรียน-2 นินทาอาจารย์ ภาค 1
bulletเรื่องเล่า...แต่ครั้งยังเป็นนักเรียน-3 นินทาอาจารย์ ภาค 2
bulletเรื่องเล่า...เรียนอย่างไรให้ได้ปริญญา
bulletลองเขียนนิยายน้ำเน่า-01
bulletลองเขียนนิยายน้ำเน่า-02
bulletลองเขียนนิยายน้ำเน่า-03




เรื่องเล่า...เรียนอย่างไรให้ได้ปริญญา


 

 

 

เรื่องเล่า...เรียนอย่างไรให้ได้ปริญญา

เขียนโดย...สมธิดา...12/5/2554

          ถ้าใครได้อ่านบทความทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น ก็จะทราบว่าเว็บมาสเตอร์นั้นเคยเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จในยุคเมื่อยี่สิบปีก่อน  สำหรับคนที่พลาดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือเรียกง่ายๆว่าเอ็นไม่ติด ถ้าไม่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ก็จะมีเส้นทางอีกเส้นทางให้เลือก คือการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเปิด อันประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่ง ณ เวลานั้นเว็บมาสเตอร์เลือกสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรามคำแหง  อาจจะเพราะด้วยหลายเหตุผล อย่างเช่น ไม่ต้องสวมเครื่องแบบนักศึกษา  อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า และค่าเล่าเรียนถูก (เมื่อยี่สิบปีก่อนหน่วยกิตละ 18 บาท) และเมื่อได้เข้าเรียนเว็บมาสเตอร์ประทับใจคำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่ง  ท่านบอกว่าค่าเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนหนึ่งเทอม  สามารถเรียนในรามคำแหงได้จนจบ (ประทับใจคนงกอย่างเราจริงๆ)

          จากนักเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย  โลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  ไม่ต้องเช็คชื่อ  จะเข้าเรียนหรือไม่เข้าเรียนก็ได้  เว็บมาสเตอร์ก็เอาเวลาเหล่านั้นไปเรียนภาษาบ้าง ไปทำงานบ้าง จนเวลาผ่านไปหกปี  เก็บหน่วยกิตได้ไม่ถึงครึ่งของหลักสูตร เลยเพิ่งจะสำนึกว่าถึงเวลาที่ควรจะมุ่งมั่นเพื่อให้ได้ใบปริญญาเสียที

 

 

          เคล็ดลับในการเรียนเป็นเทคนิคส่วนตัวของแต่ละคน  ไม่มีใครบอกได้ว่าวิธีที่คนๆหนึ่งทำแล้วประสบความสำเร็จจะทำให้คนอื่นๆประสบความสำเร็จเหมือนกัน  เพราะฉะนั้นแต่ละคนคงต้องหาทางของตัวเองให้พบ  สำหรับเว็บมาสเตอร์นั้นก็ค้นพบทางนั้นด้วยตัวเอง  อย่างแรกคือ ลงทะเบียนวิชาไหนก็จะหาหนังสือวิชานั้นมาอ่านล่วงหน้าจนหมดเล่มก่อนจะไปเข้าฟังบรรยายจากท่านอาจารย์อีกครั้ง  เรียกว่าเป็นขั้นตอนทำความรู้จัก เหมือนเป็นการทักทายเมื่อพบกับคนแปลกหน้า อ่านไปเรื่อยๆจนหมดเล่ม เนื้อหาสาระของวิชานั้นๆจะถูกบันทึกไว้ในสมองสิบเปอร์เซ็นต์  เมื่อเข้าฟังบรรยายเว็บมาสเตอร์ก็พบกับสิ่งประหลาดใจว่าสามารถเข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์สอน  ไม่รู้สึกเป็นภาษาต่างดาวเหมือนสมัยเรียนมัธยม  และอีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ  เลือกนั่งเรียนแถวหน้าสุดไม่เป็นเด็กหลังห้องเหมือนสมัยมัธยม  ซื้อกระดาษรีพอร์ทแบบมีเส้นมาเป็นห่อมาจดแลคเชอร์เพื่อความประหยัด เรียนวิชาไหนเสร็จก็ฉีกมาเย็บรวมกันเป็นวิชาๆ ประหยัดกว่าใช้สมุดเยอะเลย  จดแลคเชอร์แทบทุกคำที่สามารถจดทันด้วยภาษายึกยือที่รู้อยู่คนเดียว  เมื่อเรียนเสร็จกลับมาที่พัก(ซึ่งเช่าห้องอยู่ตอนนั้น)ก็เอาแลคเชอร์ที่จดไว้มาเขียนใหม่ด้วยลายมือบรรจง  นอกจากนั้นแล้วก็ยังค้นคว้าหาข้อสอบเก่าๆย้อนหลังไปห้าปีมาฝึกทำ  และได้พบว่าข้อสอบบางส่วนนั้นได้เอามาจากข้อสอบเก่าๆทั้งดุ้นเลย  ซึ่งหากเว็บมาสเตอร์เป็นคนหัวดีที่สามารถจดจำอะไรได้เร็วคงได้เกรด G ทุกวิชาแน่เลย แต่เนื่องจากเกณฑ์ในการจัดคะแนนของมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นสูงมาก  เกรดจะมีแค่ 3 เกรดเท่านั้น คือ G เท่ากับเกรด 4  P เท่ากับ 2.25 และ F เท่ากับ 0  ไม่ใช่ 1-2-3-4 เหมือนสมัยมัธยม  คะแนนเต็ม 100 จะสอบผ่านต้องได้คะแนน 60  และจะได้ G ต้องได้คะแนน 80 หรือ   90 คะแนนขึ้นไป  บางวิชาเว็บมาสเตอร์มั่นใจว่าทำได้เกิน 60 คะแนนแต่ก็ไม่ถึง 80 หรือ 90 อยู่ระดับประมาณเกรด 3 ก็ต้องถูกปัดลงมาแค่ผ่าน ในที่สุดก็จบการศึกษาด้วยเกรด 2.49 เพราะได้ G แค่ 7 ตัว (จะได้เกรด 2.5 ต้องได้ G 8 ตัว)

 

          เคล็ดลับอีกอย่างซึ่งเป็นวิธีที่เอาอะไรมาตัดสินไม่ได้คือ  อย่าหวงวิชา  เวลาที่มีเพื่อนร่วมชั้นที่บางคนไม่สามารถมาเข้าเรียนได้  อาจจะด้วยภาระการงานหรือเหตุผลส่วนตัว  มักจะพบคนกลุ่มนี้ในชั่วโมงแรกและชั่วโมงสุดท้าย  ชั่วโมงแรกเขาอาจจะมาดูว่าใครนั่งแถวหน้าบ้างและก็ขอแลกเบอร์โทรศัพท์  และในชั่วโมงสุดท้ายก็จะมาดูอีกครั้งว่าคนที่นั่งแถวหน้าได้มาเข้าเรียนหรือเปล่า  หลังจากนั้นก็จะมาขอยืมแลคเชอร์ไปถ่ายเอกสารเพื่อดูแนวข้อสอบ  บางคนอาจจะคิดว่าเราต้องไปเข้าเรียนทุกครั้งทำไมต้องให้พวกนี้มาลักไก่  สำหรับเว็บมาสเตอร์แล้วไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย  และเหมือนเป็นผลบุญที่เรามีน้ำใจกับเขา  บางวิชาที่หาซื้อหนังสือไม่ได้เนื่องจากโรงพิมพ์ผลิตไม่ทัน  กลับได้มาฟรีๆจากนักศึกษาที่ไม่มีเวลาเข้าเรียนนี่แหละ  และบางวิชาก็ไม่ต้องไปซื้อหาหนังสือเพราะได้รับอานิสงส์จากเพื่อนร่วมชั้น  สำหรับมหาวิทยาลัยเปิดอย่างรามคำแหงเว็บมาสเตอร์รู้สึกได้ว่ามิตรภาพและน้ำใจมีให้เห็นได้เสมอ  เคยตัดยางลบแบ่งให้คนที่เข้าสอบทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  น่าประหลาดที่ยางลบก้อนนั้นเว็บมาสเตอร์ใช้จนเรียนจบก็ยังไม่หมดเลย (อาจจะไม่ค่อยได้ลบกระมัง) และแม้แต่ร้านขายข้าวแกงที่ไปซื้อกินแทบทุกวันในโรงอาหาร (เมื่อยี่สิบปีก่อนกับข้าวสองอย่างสิบบาท) เรียกว่าพอถึงเวลาพักก็จะพุ่งตรงไปที่ร้านนั้นร้านเดียวทั้งที่ในโรงอาหารมีร้านเป็นสิบ  ความคุ้นเคยที่ไม่รู้ตัวนั้นเว็บมาสเตอร์กลับมองเห็นความแตกต่างคืออาหารในจานที่ขายให้เรานั้นมีปริมาณมากกว่าของคนอื่นทั้งที่ราคาเท่ากัน  เป็นที่รู้กันว่าถ้าขอเพิ่มข้าวเขาก็จะตักข้าวเพิ่มให้อีกหนึ่งทัพพีและคิดเงินเพิ่มอีก 1 บาท แต่เว็บมาสเตอร์ไม่เคยขอเพิ่มข้าวกลับรู้สึกว่าข้าวในจานมีปริมาณเท่ากับของคนที่ขอเพิ่มเลย  แม่ค้าเองก็อาจจะแถมให้คนที่รู้สึกดีๆด้วยโดยอัตโนมัติ  ความทรงจำที่ดีๆในช่วงวัยเรียนของเว็บมาสเตอร์ก็คงเป็นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงนี่แหละ...

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
วายการช่าง 49 ม.2 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150 โทร.081-7902750 Line id : pasusat E-mail : info@p-pasusat.com, p_pasusat@hotmail.com